วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

ช่วงนี้เด็ก ๆ ปิดเทอมกันแล้ว ขอเวลาส่วนตัวสะสางงานก่อนนะคะ


กลัวจะลืมกัน ขอเอาเรื่องราวดี ๆ มาฝากค่ะ 






..เก่ง 10 อย่าง..
ของคนที่ทำอะไรก็สำเร็จ
1.เก่งในการชื่นชมผู้อื่น
2.เก่งในการหาข้อดี จุดเด่นของผู้คนได้ แม้จุดเล็กๆ ก็ยังเห็น
3.เก่งในการให้กำลังใจคนอื่น เป็นต้นแบบที่ดี
4.เก่งในการให้พลังตัวเองทุกวัน ใส่ความเชื่อมั่นลงไป
5.เก่งในการแอบชื่นชม ตนเอง และ คิดแต่เรื่องดีดี
6. เก่งที่มีอะไรทำทันที ไม่เป็นโรคเดี๋ยวก่อน
7.เก่งในการมองหาคุณค่าของทุกอย่างที่อยู่รอบตัว มองเห็นเป็นแต่เรื่องดี
8.เก่งในการมองหาข้อดีในตัวเอง ยินดีกับสิ่งที่ตนมี และเอาออกมาเป็นจุดเด่นเพื่อช่วยคนอื่นและสังคม
9.เก่งในการเห็นจุดบกพร่องของตนเอง ปรับปรุงต้วเอง คือมองหา เรื่องที่จะ Correct 
10. เก่งในการขอบคุณคนให้ เป็นนิสัย เป็นที่รักใคร่ของผู้พบ เห็น

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ จัดขึ้นทุกปี โดยปีนี้เราได้ร่วมแสดง และได้ ของรางวัลมามากมาย ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี




วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมกลางแจ้ง




กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อออกกำลังกายเคลื่อนไหวร่างกายและแสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก กิจกรรมกลางแจ้งที่ครูสอนควรจัดให้เด็กให้เล่น ฯลฯ
5.1 การเล่นเครื่องเล่นสนาม
เครื่องเล่นสนาม  หมายถึง เครื่องเล่นที่เด็กได้ปีนป่าย หมุน โยก ซึ้งนำออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น
5.1 เครื่องเล่นสำหรับปีนป่าย หรือตาข่ายสำหรับปีน
5.2 เครื่องเล่นสำหรับโยกหรือไกว เช่น ม้าไม้ ชิงช้า ม้านั่งโยก ไม้กระดาน
5.3 เครื่องเล่นสำหรับหมุน เช่น ม้าหมุน พวงมาลัย สำหรับหมุนเล่น
5.4 ราวโหนขนาดเล็กสำหรับเด็ก
5.5 ต้นไม้สำหรับเดินทรงตัว หรือไม้กระดานแผ่นเดียว
5.6 เครื่องเล่นประเภทล้อเลื่อน เช่น รถสามล้อ รถลากจูง ฯลฯ

5.2 การเล่นทราย
ทรายเป็นสิ่งที่เด็กๆชอบเล่น ทั้งทรายแห้งทรายเปียก นำมาก่อเป็นรูปต่างๆ และสามารถนำวัสดุอื่นๆ มาประกอบการเล่นการแต่งได้ เช่น กิ่งไม้  ดอกไม้ เปลือกหอย พิมพ์ต่างๆ ที่ตักทราย ฯลฯ
บ่อทรายจะอยู่กลางแจ้ง โดยอาจจัดให้อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้หรือสร้างหลังคาทำขอบบ้าน เพื่อมิให้กระจัดกระจาย บางโอกาสอาจพรมน้ำให้ชื้อเพื่อให้เด็กได้ก่อเล่นนอกจากนี้ควรมีวิธีปิดกั้นไม่ให้สัตว์เลี้ยงลงไปทำความสกปรกภายในบ่อทราย

5.3 การเล่นน้ำ
เด็กทั่วไปชอบเล่นน้ำมาก การเล่นน้ำนอกจากสร้างความพอใจและคลายความเครียดให้กับเด็กและยังแล้วยังให้เด็กเกิดการเรียนรู้อีกด้วย เช่นเรียนรู้ทักษะการสังเกต จำแนกเปรียบเทียบ ปริมาตร ฯลฯ
อุปกรณ์ที่ใช้น้ำอาจเป็นถังที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะหรืออ่านน้ำวางขาตั้งที่มั่นคง ความสูงที่เด็กยืนได้พอดี และควรมีผ้าพลาสติกกันเสื้อผ้าเปียกให้เด็กใช้คลุมระหว่างเล่น






5.4 การเล่นสมมติในบ้านตุ๊กตาจำลอง
เป็นบ้านจำลองให้เด็กเล่น จำลองแบบจากบ้านจริงๆ อาจทำด้วยเศษวัสดุประเภทผ้าใบ กระสอบป่าน ของที่ไม่ใช้แล้ว เช่น หม้อ เตา ชาม อ่าง เตารีด เครื่องครัว ตุ๊กตาสมมติเป็นบุคคลในครอบครัวเสื้อผ้าผู้ใหญ่ที่ไม่ใช้แล้วมีการตกแต่งบริเวณใกล้เคียงให้เหมือนบ้านจริงๆ บางครั้งอาจจัดเป็นร้านขายของ สถานที่ทำการต่างๆ เพื่อให้เด็กเล่นสมมติตามจินตนาการของเด็กเอง

5.5 การเล่นในมุมช่างไม้
เด็กต้องการออกกำลังในการเคาะ ตอก กิจกรรมในการเล่นในมุมช่างไม้นี้จะช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแรง จะช่วยในการฝึกใช้มือและประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา นอกจากนี้ยังฝึกให้รักงาน และส่งเสริมให้รักงาน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

5.6 การเล่นอุปกรณ์การกีฬา
เป็นการนำอุปกรณ์มาให้เด็กเล่นอย่างอิสระหรือใช้ประกอบเกมการเล่นที่ให้อิสระแก่เด็กให้มากที่สุดไม่ควรแน่นการแข่งขันที่เน้น แพ้ ชนะ อุปกรณ์ที่นำมาให้เด็กเล่น เช่น ลูกบอล ห่วงยาง ฯลฯ

5.7 การเล่นเกมการละเล่น
กิจกรรมการเล่นเกมกิจกรรมที่จัดให้เด็กเล่น เช่นการละเล่นของไทย เกมการละเล่นท้องถิ่น เช่น มอญซ่อนผ้า รีรีข้าวสาร แม่งู โพงพาง ฯลฯ การละเล่นเหล่านี้ต้องใช้บริเวณที่กว้าง การเล่นอาจเล่นเป็นกลุ่มเล็ก/กลุ่มใหญ่ก็ได้ก่อนเล่นผู้สอนอธิบายกติกา และสาธิตให้เด็กเข้าใจไม่ควรนำเกมการละเล่นที่มีกติกายุ่งยาก และเน้นการแข่งขันแพ้ชนะ มาจัดกิจกรรมให้กับเด็กวัยนี้เพราะเด็กอาจเกิดความเครียดและสร้างความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง และผู้อื่นด้วย

1.      หมั่นตรวจตราเครื่องเล่นสนาม และอุปกรณ์ประกอบให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและการใช้ให้ดีอยู่เสมอ
2.      ให้โอกาสให้เด็กเล่นกลางแจ้งอย่างอิสระทุกวัน อย่างน้อย 30 นาที
3.      ขณะเล่นกลางแจ้ง ผู้สอนดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อระมัดระวังความปลอดภัยในการเล่น หากพบว่าเด็กแสดงอาการเหนื่อย อ่อนหล้า ควรให้เด็กหยุดพัก
4.      ไม่ควรนำกิจกรรมพลศึกษาสำหรับเด็กประถมศึกษาใช้สอนกับเด็กปฐมวัยเพราะยังไม่เหมาะสมกับวัย
5.      หลังจากเลิกกิจกรรมกลางแจ้งควรให้เด็กไปพักผ่อนหรือนั่งพัก ไม่ควรให้เด็กนั่งรับประทานอาหาร

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมสร้างสรรค์

กิจกรรมสร้างสรรค์



กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่ช่วยแสดงออกทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ โดยใช้ศิลปะ เช่นการเขียนภาพ การปั้น การฉีกปะ การตัดกระดาษ การพิมพ์ภาพ การร้อย การประดิษฐ์ หรือวิธีการอื่นๆ ที่ให้เด็กในการเกิดความคิดสร้างสรรค์ และเหมาะสมกับพัฒนาการ เช่นการวาดภาพต่อเติม การเล่นพลาสติกสร้างสรรค์ การสร้างรูปโดยการปั้น ฯลฯ

ข้อเสนอแนะ
1.       การจัดเตรียมอุปกรณ์ ควรพยายามหาวัสดุท้องถิ่น วัสดุที่หาง่ายไม่เป็นอันตรายของเด็ก
2.       ก่อนให้เด็กทำกิจกรรม ต้องอธิบายวิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้องให้เด็กทราบก่อน พร้อมทั้งสาธิตวิธีการให้เด็กดูจนเข้าใจ เช่นการใช้กาว สีน้ำ ควรทำอย่างไรจึงจะไม่หกเลอะเทอะ
3.       ให้เด็กทำกิจกรรมเป็นกลุ่มเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการรอคอย กานแบ่งปันสิ่งของ การช่วยเหลือกันในกลุ่ม การวางแผนการทำงานร่วมกันมากเกินไป
4.       แสดงความสนใจผลงานของเด็กทุกคน ไม่ควรมองผลงานด้วยความขบขันและไม่ควรนำผลงานของเด็กมาเปรียบเทียบกันเพราะความพร้อมของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เด็กจะเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อการทำงานของตนเอง ควรนำผลงานของเด็กไปติดแสดงที่ป้ายนิเทศเด็กจะเกิดความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของตนเอง
5.       หากพบว่าเด็กคนใดไม่ยอมปฏิบัติกิจกรรม หรือทำกิจกรรมอย่างเดียวซ้ำๆตลอดเวลา ครูควรกระตุ้นเร้า และหาแรงจูงใจให้เด็กดลองทำกิจกรรมหรือลองเปลี่ยนกิจกรรมอื่นบ้าง เพราะกิจกรรมเพราะกิจกรรมสร้างสรรค์ของแต่ละประเภทจะพัฒนาเด็กแต่ละด้านแตกต่างกันออกไป และเมื่อเด็กทำกิจกรรมตามที่แนะนำได้ครูควรเสริมแรงทันที ทุกครั้ง เด็กจะเกิดกำลังใจในการทำงาน
6.       เก็บผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อเป็นข้อมูลสังเกตพัฒนาการของเด็กภาพถ่ายกิจกรรมสร้างสรรค์และกิจกรรมเสรีนี้ ข้าพเจ้าได้จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และมุมประสบการณ์ต่างๆภายในห้องเรียนให้มากที่สุดเพื่อให้เด็กได้เลือกเล่น และปฏิบัติกิจกรรมเองอย่างอิสระ แต่จะเน้นวินัยในการเล่นแล้วเก็บเข้าที่เดิมให้เรียบร้อยทุกครั้ง

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แบบบันทึกการสังเกตการพูด

แบบบันทึกการสังเกตการพูด          
เรื่อง………………………………ชั้น……………………………
   ครั้งที่………วันที่……เดือน……………………...……………. 
เลข                ที่
ชื่อ-สกุล

พฤติกรรมที่ประเมิน

ผลการประเมิน

ออกเสียงคำให้ถูกต้อง  ชัดเจน    


พูดบอกความหมายของคำได้ถูกต้อง
พูดสื่อความหมายได้ตามสถานการณ์

ผ่าน    

ไม่ผ่าน

    
















วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
  
กิจกรรมเคลื่อนไหวจังหวะ

การเคลื่อนไหวจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลงคำคล้องจองการปฏิบัติตามสัญญาณ ซึ่งจังหวะและดนตรีที่ใช้ประกอบได้แก่ เสียงตบมือเสียงเพลง เสียงเคาะไม้ เคาะเหล็ก ตีฉิ่ง กลอง ระนาด ฯลฯ มาประกอบการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิกสร้างสรรค์ เด็กวัยนี้ร่างกายกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาใช้ส่วนต่างๆ ร่างกายยังคงมาผสมผสาน หรือประสานสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์มากนัก การเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กอาจยังดูไม่มั่นคง
การเคลื่อนไหวมีลักษณะดังนี้
1.       ช้า ได้แก่  การคืบ คลาน
2.       เร็ว ได้แก่  การวิ่ง
3.       นุ่มนวล  ได้แก่  การไหว้  การบิน
4.       ขึงขัง   ได้แก่  การกระทืบเท้าดังๆ  ตีกลองดังๆ
5.       ร่าเริงมีความสุข  ได้แก่  การตบมือ  การหัวเราะ
6.       เศร้าโศกเสียใจ  ได้แก่  สีหน้า  ท่าทาง
ฯลฯ

ทิศทางการเคลื่อนไหว
1.       เคลื่อนไหวไปข้างหน้า  และข้างหลัง
2.       เคลื่อนไหวไปข้างซ้าย และข้างขวา
3.       เคลื่อนตัวขึ้นลง
4.       เคลื่อนไหวรอบทิศ

รูปแบบการเคลื่อนไหว

1.       เคลื่อนไหวพื้นฐานได้แก่ การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเด็กมี 2 ประเภท
1.1   เคลื่อนไหวอยู่กับที่ ได้แก่ ตบมือ ผงกศีรษะ  ขยิบตา ชันเขา เคาะเท้า เคลื่อนไหวมือและแขน มือและนิ้ว เท้าและปลายเท้า
1.2   การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่  ได้แก่  คลาน คืบ เดิน วิ่ง  กระโดด ควบม้า
ก้าวกระโดด
2.       การเลียนแบบมี 4 ประเภท
2.1 เลียบแบบท่าทางสัตว์
2.2 เลียบแบบท่าทางคน
2.3 เลียนแบบเครื่องยนต์กลไกล และ เครื่องเล่น
2.4 เลียนแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติ
3. การเคลื่อนไหวตามบทเพลง ได้แก่ การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางประกอบเพลง เช่น เพลง ข.ไข่ หรือเพลงตามสมัยนิยม เป็นต้น
4. การทำท่าทางกายบริหารประกอบเพลง ได้แก่  การทำท่าทางกายบริหารตามจังหวะและประกอบเพลง หรือคำคล้องจ้อง
5. การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ ท่าทางขึ้นเองอาจชี้นำโดยการป้อนคำถามเคลื่อนไหวโดยใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น ห่วงยาง แถบผ้า บัตรคำ ริบบิ้น ฯลฯ
6. การเล่นหรือการทำท่าทางตามคำบรรยาย เรื่องราว ได้แก่ การเคลื่อนไหวหรือแสดงท่าทางตามจินตนาการจากเรื่องราวหรือคำบรรยายที่ผู้สอนเล่า
7. การปฏิบัติตามคำสั่ง หรือข้อตกลงได้แก่ การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทาง ตามสัญญาณตามคำสั่งตามที่ตกลงไว้ก่อนเริ่มกิจกรรม
8. การฝึกท่าทางเป็นผู้นำ ผู้ตามได้แก่ การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางจากความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเองแล้วให้เพื่อนปฏิบัติตามกิจกรรม

ข้อเสนอแนะ
1. ควรเริ่มกิจกรรมจากการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ และมีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากมากนัก เช่นให้เด็กได้กระจายกันอยู่ในห้องหรือบริเวรที่ฝึก และให้เคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติของเด็ก
2. ควรให้เด็กได้แสดงออกด้วยตนเองอย่างอิสระ และเป็นไปตามความคิดของเด็กเองผู้สอนไม่ควรชี้แนะ
3. ควรเปิดโอกาสให้เด็กคิดหาวิธีเคลื่อนไหวทั้งที่ต้องเคลื่อนที่และไม่ต้องเคลื่อนที่ เป็นรายบุคคล และเป็นคู่ เป็นกลุ่มไม่ควรเกิน 5-6 คน
4. ควรใช้สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเด็กเศษวัสดุต่างๆเช่นกระดาษหนังสือพิมพ์ เศษผ้า ท่อนไม้ เข้ามาช่วยในการเคลื่อนไหว และให้จังหวะ
5. ควรกำหนดจังหวะสัญญาณนัดหมายในการเคลื่อนไหวต่างๆ หรือเปลี่ยนท่าทาง หรือหยุดให้เด็กทราบเมื่อทำกิจกรรมทุกครั้ง
6. ควรสร้างกิจกรรมอย่างอิสระ ช่วยให้เด็กรู้สึกอบอุ่น เพลิดเพลิน และรู้สึกสบาย และสนุกสนาน
7. ควรจัดให้มีการเล่นบ้างนานๆครั้ง เพื่อชวยให้เด็กสนใจมากขึ้น
8. กรณีเด็กที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรม ผู้สอนไม่ควรใช้วิธีบังคับ ควรให้เวลาและโน้มน้าวให้เด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตามสมัครใจ
9. หลังจากเด็กได้ร่วมออกกำลังเคลื่อนไหวจังหวะต้องให้เด็กพักผ่อนโดยให้นอนเล่นบนพื้นห้อง นอนพัก หรือเล่นสมมติเป็นจังหวะช้าๆ เบาๆ สร้างความรู้สึกให้เด็กอยากพักผ่อน
10. การจัดกิจกรรมควรจัดตามกำหนดตารางกิจกรรมประจำวัน และควรจัดให้เป็นที่น่าสนใจ เกิดความสนุกสนาน